โคลงโลกนิติเป็นสุภาษิตเก่าแก่
มีมาตั้งแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี นักปราชญ์ในครั้งนั้นได้สรรหา
คำสุภาษิตที่เป็นภาษาบาลีและสันสกฤต ที่มีอยู่ในคัมภีร์ต่างๆ
คือ คัมภีร์โลกนิติ คัมภีร์โลกนัย ตลอดจนคัมภีร์พระธรรมบท
แล้วนำมาแปลเป็นภาษาไทย โดยแต่งเป็นคำประพันธ์ คำโคลงทุกคาถา
รวมเรียกว่าโคลงโลกนิติ เป็นสุภาษิตที่บรรพบุรุษของไทยนับถือ
นำไปเล่าเรียน สั่งสอน และประพฤติปฏิบัติกันอย่างกว้างขวาง
เป็นที่รู้จักกันดี ในหมู่ประชาชนคนไทยทุกหมู่เหล่า ทุกสถานะอาชีพต่อเนื่องกันมาช้านานจนถึงปัจจุบัน
|
๚๛
โคลงโลกนิติ ๒๘ บท ที่พระวิหาร
วัดบุปผาราม ๛๚ |
| |
|
|
| |
บทที่
๑ |
|
| |
๚๛ หมอแพทย์ทายว่าไข้ ลมคุม
โหรว่าเคราะห์แรงรุม
โทษให้
แม่มดว่าผีกุม
ทำโทษ
ปราชญ์ว่ากรรมเองไซร้ ก่อสร้างมาเอง
๛๚ |
|
| |
|
|
| |
บทที่
๒ |
|
| |
๚๛ นกแร้งบินเพื่อได้
เวหา
หมู่จระเข้ เต่า ปลา
พึ่งน้ำ
เข็ญใจพึ่งราชา
จอมราช
ลูกอ่อนอ้อนกลืนกล้ำ
เพื่อน้ำ นมแรง ๛๚ |
|
| |
|
|
| |
บทที่
๓ |
|
| |
๚๛ กบเกิดในสระใต้ บัวบาน
บ่ห่อนรู้รสมาลย์
หนึ่งน้อย
ภุมราอยู่ไกลสถาน
โยชน์หนึ่ง ก็ดี
บินโบกมาค่อยค้อย เกลือกกลั้วเสาวคนธ์
๛๚ |
|
| |
|
|
| |
บทที่
๔ |
|
| |
๚๛ เปือกตมชมชื่นเชื้อ เกษร
หงส์กับบุษบากร
ชื่นช้อย
ภิกษุเสพสังวร
ศีลสุข ไซร้นา
บุรุษรักรสร้อย
เท่าน้อม ในหญิง ๛๚ |
|
| |
|
|
| |
บทที่
๕ |
|
| |
๚๛ ในบัวฝนตกน้ำ ขาดขัง
ลูกข่างวางบนหลัง
มิ่งม้า
เสาหลักปักอยู่ยัง
กองแกลบ นาพ่อ
คนบ่แม่นถ้อยอ้า
พูดแล้วโอนเอน ๛๚ |
|
| |
|
|
| |
บทที่
๖ |
|
| |
๚๛ มหาสมุทรสุดลึกล้น
คณนา
สายดิ่งทิ้งทอดมา
หยั่งได้
เขาสูงอาจวัดวา
กำหนด
จิตมนุษย์นี้ไซร้
ยากแท้ หยั่งถึง ๛๚ |
|
| |
|
|
| |
บทที่
๗ |
|
| |
๚๛ น้ำเคี้ยวยูงว่าเงี้ยว
ยูงตาม
ทรายเหลือบหางยูงงาม
ว่าหญ้า
ตาทรายยิ่งนิลวาม
พรายเพริศ
ลิงว่าหว้าหวังหว้า
หว่าดิ้นโดยตาม ๛๚ |
|
| |
|
|
| |
บทที่
๘ |
|
| |
๚๛ รูปแร้งดูร่างร้าย
รุงรัง
ภายนอกเพียงพึงชัง
ชั่วช้า
เสพสัตว์ที่มรณัง
นฤโทษ
ดั่งจิตสาธุชนกล้า
กลั่นสร้างทางผล ๛๚ |
|
| |
|
|
| |
บทที่
๙ |
|
| |
๚๛ ยางขาวขนเรียบร้อย ดูดี
ภายนอกสดใสสี
เปรียบฝ้าย
กินสัตว์เสพปลามี
ชีวิต
เฉกเช่นชนชาติร้าย นอกนั้นนวลงาม
๛๚ |
|
| |
|
|
| |
บทที่
๑๐ |
|
| |
๚๛ เมื่อร้อยน้ำท่านให้
เย็นใจ
เมื่อเยือกเย็นได้ไฟ
อุ่นเนื้อ
เมื่อทุกข์ท่านแก้ไข
ชูช่วย
เมื่อยากจนท่านเกื้อ
ก่อให้ทุนทำ ๛๚ |
|